Karma Medical Products - A Better Wheelchair, A Better Fit!

เกี่ยวกับคาร์ม่า

เกี่ยวกับเรา

ปรัชญาการดำเนินธุรกิจ

 

Karma คาร์ม่าเริ่มก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาสามทศวรรษแล้ว

เราได้แก้ไขปรับปรุงปรัชญาการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จนนำสู่ “กลยุทธ์สามด้าน”

ซึ่งช่วยส่งเสริมมูลค่าเพิ่มของแบรนด์

 

01.QUALITY ด้านคุณภาพ – ในช่วงเริ่มก่อตั้งที่มีความยากลำบาก เราได้อาศัยการเสริมสร้างระบบ “คุณภาพ” เพื่อให้อยู่รอดได้
02. BRANDING ด้านแบรนด์ – ในช่วงกลางเป็นการสร้างความมั่นคงให้แก่รากฐาน โดยพยายามรุกการสร้าง “แบรนด์” อย่างเต็มที่ เพื่อหยั่งรากฐานของตลาดต่างประเทศให้ลึก
03. STYLE ด้านสไตล์ – จนถึงปัจจุบันเป็นความร่วมมือข้ามชาติ การวิจัยและพัฒนารถเข็นที่มี “สไตล์” และความทันสมัย เพื่อมุ่งสู่การเป็นอุปกรณ์ช่วยเดินระดับสุดยอด

 

เราเชื่อมั่นว่า :
“เราจะนำเสนอรถเข็นและอุปกรณ์ช่วยเดินที่ “ลงตัว” ที่สุดแก่ผู้บริโภคบนพื้นฐานของ “กลยุทธ์สามด้าน” ซึ่งเหนือกว่าความต้องการขั้นพื้นฐานของผู้บริโภค ช่วยให้การใช้ชีวิตของเพื่อน ๆ ที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกมีความสมบูรณ์หลากหลาย” นี่ก็คือแกนของปรัชญาการดำเนินธุรกิจและพันธกิจองค์กรของ Karma คาร์ม่า
 

 

ความรับผิดชอบของวิสาหกิจ

 

ความรับผิดชอบต่อสังคมที่สำคัญที่สุดของวิสาหกิจ คือ การดูแล 1.ลูกค้า 2.พนักงาน 3.ผู้ถือหุ้น ได้เป็นอย่างดีในเวลาเดียวกัน

 

ลูกค้าพึงพอใจ แสดงว่าทรัพยากรของวิสาหกิจถูกจัดวางอย่างถูกต้อง

พนักงานพึงพอใจ แสดงว่าเงื่อนไขและสภาพแวดล้อมการทำงานได้ให้การคุ้มครองเป็นอย่างดี

ผู้ถือหุ้นพึงพอใจ ก็จะมั่นใจได้ในความกระตือรือร้นในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ทุกปี Karma คาร์ม่ากรุ๊ปจะดำเนินการสำรวจ “ระดับความพึงพอใจของลูกค้า” จากตลาดทั่วโลก เพื่อใช้เป็นดัชนีบ่งชี้ในการแก้ไขปรับปรุงการวิจัยและพัฒนารวมถึงการให้บริการได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับความรับผิดชอบต่อพนักงาน เราได้เริ่มต้นตั้งแต่การสร้างสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อสุขภาพที่ดี เช่น ใส่ใจเป็นพิเศษต่อพื้นที่ทำงานให้มีความกว้างขวาง การระบายอากาศดี เครื่องมือที่ปลอดภัย ประกันการเดินทางเพื่อธุรกิจที่ให้ความคุ้มครองสูง ฯลฯ ไปจนถึงการชักจูงวัฒนธรรมภายในองค์กรให้มีการสร้างบรรยากาศทางมนุษยธรรมที่ดี เช่น เน้นการนวัตกรรม เน้นในรายละเอียด ยินดีในการแบ่งปัน ความเป็นมิตรที่หาค่ามิได้ ฯลฯ

 

ในประเทศที่ระบบการรักษาของนักบำบัดไม่เพียงพอต่อความต้องการ

Karma คาร์ม่า ได้ถือเอาการให้ความรู้แก่ผู้ค้าปลีก ผู้ซื้อ และผู้ใช้งาน เกี่ยวกับวิธีการเลือกซื้อรถเข็นและอุปกรณ์ช่วยเดินที่ “ลงตัว” สอดคล้องตามหลักวิศวกรรมการแพทย์สักคันนั้น เป็นหน้าที่ของตนและเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมของวิสาหกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่ง

เราได้เรียกร้องต่อทีมพนักงานขายในแต่ละประเทศอย่างจริงจังว่าต้องไม่ส่งเสริมเฉพาะการขายรถเข็นที่มีราคาแพงที่สุด แต่ต้องทำการประชาสัมพันธ์เผยแพร่รถเข็นที่มีความถูกต้องและลงตัวที่สุด

 

ที่มาของแบรนด์

96f8743bd482f2dcdfb288d2d32b3792.jpg

 

“มีหลักธรรมประการหนึ่งที่เป็นจริงมาตั้งแต่โบราณกาล นั่นคือ ใครทำเช่นไร ย่อมได้เช่นนั้น ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “karma” หากคุณปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเป็นมิตร เขาก็ย่อมจะยิ้มกลับมาให้คุณ เหมือนกับการที่คุณพรมน้ำหอมใส่ผู้อื่น กลิ่นหอมนั้นย่อมลอยกลับมาที่ตัวคุณ เป็นวัฏจักรเช่นนี้...”

 

Karma มาจากภาษาสันสกฤต มีความหมายว่า 【มอบความรัก】 และเพื่อยืนหยัดในอุดมคติของคาร์ม่าในการช่วยเหลือเพื่อน ๆ ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือให้มากขึ้น นัยแห่งความหมายของชื่อแบรนด์นี้จึงเป็นแรงในการขับเคลื่อนคาร์ม่ามาโดยตลอด

 

1240823063.jpg 

 

หนึ่งภารกิจที่นำมาซึ่งความสำเร็จอีกมากมาย

ผู้พิการเกือบทั้งตัวจะออกจากบ้าน เข้าใกล้ธรรมชาติได้อย่างไร ใช่แล้ว โดยอาศัยคางในการควบคุมรถเข็นไฟฟ้าให้เคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ก็สามารถท่องเที่ยวท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติได้อย่างวางใจ
 

ฤดูหนาวของปี พ.ศ.Mr. Chui เพื่อนผู้มีการเคลื่อนไหวไม่สะดวกชาวเกาหลีได้ตั้งปณิธานว่า จะขับเคลื่อนรถเข็นข้ามจากฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ทุกคนที่ได้รับฟังข่าวคราวนี้ต่างอุทานว่า “จริงหรือ จะเป็นไปได้อย่างไร” ในเวลานั้นตัวแทนธุรกิจ 【KARMA คาร์ม่า】 ในประเทศเกาหลีได้สอบถามพวกเราถึงความเป็นไปได้ในการให้ความช่วยเหลือ พวกเราตอบตกลงที่จะมีส่วนร่วมและสัญญาว่าจะเป็นผู้สนับสนุนแก่เขาในทันที
 

Mr. Chui เลือก【KARMA คาร์ม่า】 เซเบอร์(Saber) (KP-4 ซีรีส์) เป็นคู่หูดูแลเขา ถึงแม้ผลิตภัณฑ์จะผ่านการรับรองจากสหภาพยุโรปมานานแล้ว แต่จากการพิจารณาถึงสภาพถนนที่สาหัสสากรรจ์นานาชนิดที่ผู้ใช้งานจะต้องเผชิญ พวกเราจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะต้องเตรียมการให้พร้อมที่สุด จากนั้นเป็นเวลาติดต่อกัน 10 วัน ที่กลุ่มเพื่อนชาวคาร์ม่าเหงื่อไหลดั่งสายฝนอยู่บนถนนในเขตชนบท ภายใต้แสงแดดที่แผดเผาและฝุ่นละอองที่ปลิวคละคลุ้ง เป็นการทดสอบโดยจำลองสภาพถนนจริงที่ท้าทายที่สุดและบรรทุกหนักเต็มที่เป็นระยะทางมากกว่าสองร้อยกิโลเมตร เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารถเข็นไฟฟ้าคันนี้จะสามารถคุ้มครองความปลอดภัยและติดตามนักสู้ผู้พิการไปได้ตลอดระยะทางระหว่างการเดินทางเพื่อทำความฝันให้สำเร็จของเขา


หลังจากผ่านไป 5 เดือน ระยะสุดท้ายของการเดินทางอันน่าประทับใจก็ได้เข้าสู่นครนิวยอร์ก นักสู้ผู้พิการได้เดินทางผ่าน 17 รัฐจากฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ได้สำเร็จ เป็นระยะทางทั้งหมดเกือบ 1 หมื่นกิโลเมตร เสร็จสิ้นการท้าทายในชีวิตที่ถึงแม้จะเป็นคนปกติก็ยากที่จะทำให้สำเร็จได้ จากการติดตามเป็นเพื่อนไปตลอดทางของอุปกรณ์ช่วยการเคลื่อนที่ 【KARMA คาร์ม่า】 การไม่ถูกจำกัดจากความพิการทางร่างกายได้สร้างความสำเร็จให้แก่ชีวิตของเขา

 

เรื่องราวของความสำเร็จมากมาย ได้ก่อตัวเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่

พวกเรามีความฝันอันยิ่งใหญ่——

ไม่ว่าจะเป็นรถเข็นที่ผลิตตามคำสั่งลูกค้า รถเข็นแบบยืน รถเข็นเพื่อจุดประสงค์ทั่วไป และอุปกรณ์ช่วยการเคลื่อนที่นานาชนิด พวกเราล้วนทำการวิจัยและพัฒนาขึ้นมาจากการรับรู้ถึงความต้องการของผู้ใช้งาน ประกอบกับการผลิตด้วยความละเอียดประณีต จากนั้นจึงส่งตรงถึงมือของผู้ใช้งาน

ในด้านของผู้ใช้งาน พวกเรามักเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า ต้องมี “ความใส่ใจ” “ความเป็นมิตร” และ “ความเข้าอกเข้าใจ” ให้มากที่สุด

ดังนั้น ด้วยความทุ่มเทที่มีต่อ “อุปกรณ์ช่วยการเคลื่อนที่” พวกเรามีความหวังที่จะทำให้เพื่อน ๆ ที่มีการเคลื่อนไหวไม่สะดวกในทุกมุมของโลกใบนี้มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม มีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม และรักชีวิต

1357392573.jpg

พัฒนาการของบริษัท

 

พ.ศ. 2560

ได้รับการรับรองจากไต้หวันเอ็กเซลเลนซ์ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 และผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ลงสมัครได้รับรางวัลติดต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ประกอบด้วย รถเข็นไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบา “อีเฟล็กซ์(eFlexx)” และรถเข็นไฟฟ้า  “เลออน(Leon)”

 


 

พ.ศ. 2559

ผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ช่วยเดิน Karma คาร์ม่า ได้รับการรับรองจากไต้หวันเอ็กเซลเลนซ์อวอร์ดติดต่อกันเป็นปีที่ 4 และทุกรายการที่ลงสมัครได้รับรางวัลติดต่อกันเป็นปีที่ 2 โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ประกอบด้วย รถเข็นไฟฟ้า “มอร์แกน(Morgan)” รถเข็น “KM-5001” และ “KM-9000”

 

 

พ.ศ. 2558

รถเข็นของ Karma คาร์ม่า รุ่น “เฟล็กซ์(flex)”, “KM-5000.2” และ “SME” ได้รับการรับรองจาก “ไต้หวันเอ็กเซลเลนซ์อวอร์ด ปีที่ 23”
Karma คาร์ม่า ร่วมมือกับทีมออกแบบจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ร่วมกันสร้างรถเข็นไฟฟ้าอัจฉริยะระดับไฮเอนด์  “EVO LECTUS” ซึ่งได้รับรางวัลการออกแบบผลิตภัณฑ์ iF (iF Design Award)

 

 

พ.ศ. 2557

อุปกรณ์ช่วยเดิน Karma คาร์ม่าวีไอพีซีรีส์(VIP Series) รถเข็นแบบปรับเอนหลัง ได้รับรางวัลไต้หวันเอ็กเซลเลนซ์อวอร์ดขั้นสูงสุด คือ “ไต้หวันเอ็กเซลเลนซ์โกลด์ อวอร์ด” ขณะเดียวกันก็ได้รับการรับรองจากไต้หวันเอ็กเซลเลนซ์อวอร์ดพร้อมกันกับเออร์โก้ซีรีส์(Ergo Series)

 

 

พ.ศ. 2556

 

อุปกรณ์ช่วยเดิน Karma คาร์ม่า รถเข็น “เออร์โก้ ไลท์ซีรีส์(Ergo Lite Series)” รถเข็นไฟฟ้า “เซเบอร์ซีรีส์(Saber Series)” และ “อทิกร้าซีรีส์(Atigra Series)” ได้รับการรับรองจาก “ไต้หวันเอ็กเซลเลนซ์อวอร์ด ปีที่ 21”

ผ่านการอนุมัติจากสำนักงานการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจ ให้เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตสาธิตของ “โครงการสาธิตแบบบูรณาการเพื่อส่งเสริมตลาดเกิดใหม่ที่มีคุณภาพในราคายุติธรรม ปี 2556” เพื่อช่วยเหลือบริษัทผู้ผลิตของไต้หวันร่วมกันบุกเบิกตลาดประเทศอินเดียให้รุ่งเรืองยิ่งขึ้น

 

 

พ.ศ. 2555

ก่อตั้งโรงงานหูโจวที่มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน

ตลาดประเทศอินเดียมีอัตราการเติบโตสูง ครอบครองส่วนแบ่งตลาดถึง 25% (M/S)

 

 

พ.ศ. 2553

รถเข็นไฟฟ้าส่งแรงด้วยล้อกลาง “อทิกร้า Atigra” ได้รับรางวัล “2010PACE Zenith Awards” จากประเทศออสเตรเลีย

 

พ.ศ. 2552

ร่วมมือกับ LIFE STAND โรงงานผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีชื่อเสียงของประเทศฝรั่งเศสในการพัฒนารถเข็นไฟฟ้าแบบยืน เริ่มต้นยุคใหม่ของการช่วยให้เพื่อนผู้มีการเคลื่อนไหวไม่สะดวกสามารถยืนขึ้นได้อีกครั้ง

“Karma คาร์ม่า” ได้รับเกียรติและการรับรองด้วยการได้รับ “แบรนด์ดาวดวงใหม่” จากสมาคมแบรนด์ไต้หวันเอ็กเซลเลนซ์

 

 

พ.ศ. 2551

ทำสัญญาความร่วมมือกับหุ้นส่วนธุรกิจประเทศอินเดียซึ่งก่อตั้ง KARMA HEALTHCARE Ltd. ขึ้นที่ Kolkata ประเทศอินเดีย โดยส่งเสริมเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ Karma คาร์ม่า ทำการตลาดและบริการในเชิงลึกในตลาดประเทศอินเดีย

“Karma คาร์ม่า” ทิ้งห่างคู่แข่ง แสดงความเหนือกว่า โดยเป็นแบรนด์รถเข็นที่ได้รับเลือกจากทีมตัวแทนแข่งขันพาราลิมปิกของกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

ร่วมมือกับ A.C. Mobility โรงงานผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงของประเทศออสเตรเลียในการพัฒนารถเข็นไฟฟ้าส่งแรงด้วยล้อกลาง (อทิกร้า Atigra)เมื่อออกวางตลาดก็ได้รับรางวัล “The winner of First Prize 2008 Better Technology Awards” ของประเทศออสเตรเลียทันที

สะสมการบุกเบิกตลาดระหว่างประเทศได้มากกว่า 40 ประเทศ

 

พ.ศ. 2550

สะสมสิทธิบัตรจากประเทศต่าง ๆ ได้กว่า 100 รายการ

ต้อนรับการเข้าเยี่ยมชมของนายหม่าอิงจิ่ว ประธานาธิบดีลำดับที่ 12 ของสาธารณรัฐจีนไต้หวัน ซึ่งได้ร่วมเป็นประธานในงานสัมมนาอุตสาหกรรมของบริษัท Karma คาร์ม่า

 

 

พ.ศ. 2549

ได้ทำสัญญาความร่วมมือกับ “บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ซั่งไห่เจี๋ยไคหยัง จำกัด” ที่ประเทศจีน โดยจะแนะนำรถเข็น Karma คาร์ม่า อันทันสมัยซึ่งจัดจำหน่ายในประเทศต่าง ๆ เข้าสู่ประเทศจีน

ได้เป็นผู้จัดจำหน่ายในทวีปเอเชียของเบาะนั่งลมลดแรงกดทับ “VICAIR ถุงลมอัจฉริยะ” ซึ่งผลิตในประเทศเนเธอร์แลนด์ และได้รับเกียรติสูงสุดจากการได้รับรางวัล Grand Prix โดยจะจำหน่ายคู่กับรถเข็น Karma คาร์ม่า

 

 

พ.ศ. 2548

“S-Ergo ที่นั่งโค้งเว้า” ซึ่งได้สิทธิบัตรจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้ผ่านการวิจัยและพัฒนาจนออกสู่ตลาด ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เออร์โก้ซีรีส์(Ergo Series)ในอีกไม่กี่ปีให้หลัง

 

 

พ.ศ. 2547

เพื่อรับมือกับสินค้าปลอมแปลงในตลาด Karma คาร์ม่า ได้ทุ่มงบประมาณใหม่มหาศาลด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างความเข้มแข็งในการออกแบบทางวิศวกรรมการแพทย์ กระตือรือร้นในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นที่ 2 และดำเนินการจดสิทธิบัตรเพื่อป้องกันสินค้าปลอมแปลง

 

 

พ.ศ. 2546

สะสมสิทธิบัตรจากประเทศต่าง ๆ ได้กว่า 30 รายการ

สะสมการบุกเบิกตลาดระหว่างประเทศได้มากกว่า 30 ประเทศ

 

 

พ.ศ. 2545​​​​​​​

วางตลาดนวัตกรรมรถเข็นไฟฟ้าที่เบาะพิงและเบาะนั่งสามารถนอนหงาย Power Tilt & Recline Wheelchair(KP-45TR)ซึ่งนับเป็นคุโณปการต่อการป้องกันการเกิดแผลกดทับอย่างยิ่ง

ทำการวิจัยและพัฒนาวงล้อเส้นใยคาร์บอนที่ใช้กับรถเข็นโดยเฉพาะได้สำเร็จ มีชื่อเสียงโด่งดังในงานนิทรรศการวัสดุทางการแพทย์  Rehacare พ.ศ. 2545 ที่ดึสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี

 

 

พ.ศ. 2542

จัดตั้ง Custom-made Dep. แผนกวิศวกรรมการแพทย์มืออาชีพผลิตตามคำสั่งลูกค้า เพื่อเสนอการผลิตรถเข็นที่สอดคล้องกับวิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพในลักษณะวัดตัวแก่ผู้ที่มีความพิการในระดับรุนแรง

ทำสัญญาความร่วมมือกับหุ้นส่วนธุรกิจในสหราชอาณาจักรซึ่งก่อตั้ง KARMA mobility Ltd. ขึ้นที่สหราชอาณาจักร โดยส่งเสริมเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ Karma คาร์ม่า ทำการตลาดและบริการในเชิงลึกในตลาดสหราชอาณาจักร

รถเข็นรุ่นหลัก ๆ ได้รับใบรับรองด้วยการทยอยเข้าทำการทดสอบการชนกระแทกที่เข้มงวดที่สุดของสหราชอาณาจักร

 

 

พ.ศ. 2541

ผลิตภัณฑ์ใหม่ออกวางตลาด – สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Karma คาร์ม่า

ในตลาดต่างประเทศหลายแห่ง รถเข็นอลูมิเนียมอัลลอย Karma คาร์ม่า เริ่มครอบครองส่วนแบ่งตลาด (MS) ในระดับสูง : สเปน (50%) ญี่ปุ่น (20%) ไต้หวัน (80%) สิงคโปร์ (60%) ไทย (80%)

สร้างแบรนด์รถเข็น “SOMA” ขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งแบรนด์ เพื่อเป็นการแบ่งส่วนตลาดตามระดับผลิตภัณฑ์

 

 

พ.ศ. 2540​​​​​​​

หลังจากสร้างแบรนด์มาเป็นเวลา 10 ปี และจัดจำหน่ายใน 20 ประเทศทั่วโลก ยังคงบุกเบิกตลาดต่างประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ อย่างต่อเนื่อง

นับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป รถเข็นอลูมิเนียมอัลลอย Karma คาร์ม่า ครองอันดับที่หนึ่งของรถเข็นที่นำเข้าประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลาติดต่อกันหลายปี

ทำสัญญาการผลิตกับโรงงานในจังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย ฐานการผลิตแห่งที่ 2 ได้ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างและช่วยเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการที่เติบโตขึ้นของฝ่ายขาย

 

 

พ.ศ. 2535

วางตลาดรถเข็นอลูมิเนียมอัลลอย Karma คาร์ม่า คันแรก

 

 

พ.ศ. 2534

แบรนด์ “Karma คาร์ม่า” ได้เริ่มต้นบุกเบิกตลาดประเทศไต้หวันจากส่วนแบ่งตลาด 0

ประสบความสำเร็จในการบุกเบิกตลาดประเทศญี่ปุ่น “Karma คาร์ม่า” เป็นรถเข็นอลูมิเนียมอัลลอยต่างประเทศคันแรกที่นำเข้าประเทศญี่ปุ่น

 

 

พ.ศ. 2533​​​​​​​

ประสบความสำเร็จในการพัฒนารถเข็นอลูมิเนียมอัลลอยคันแรกของทวีปเอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น)

ประสบความสำเร็จในการจัดจำหน่ายรถเข็นอลูมิเนียมอัลลอยแบรนด์ “Karma คาร์ม่า” เข้าสู่ตลาดประเทศสเปน นับเป็นการเปิดทางสู่การจัดจำหน่ายระหว่างประเทศ

วางตลาดโครงสร้าง “ข้อต่อพนักพิงอลูมิเนียมอัลลอยแบบพับของรถเข็น” โดย Karma คาร์ม่าเป็นผู้คิดค้นด้วยการทำวิจัยและพัฒนา ซึ่งหลายปีต่อมาโครงสร้างนี้ได้กลายเป็นมาตรฐานของวงการอุตสาหกรรม

 

 

พ.ศ. 2530

แบรนด์ “อุปกรณ์ช่วยเดิน Karma คาร์ม่า” ได้กำเนิดขึ้น โดยโรงงานตั้งอยู่ที่ไทเป ประเทศไต้หวัน

ทุ่มเทกับการวิจัยและพัฒนาเพื่อปฏิวัติ “รถเข็นอลูมิเนียมอัลลอยน้ำหนักเบา” มาทดแทนรถเข็นเหล็กแบบดั้งเดิมที่หนักเทอะทะ

 

 

ปรัชญาการดำเนินธุรกิจของโรงงานในประเทศไทย

 

ผลิตภัณฑ์ที่ดี เกิดจากการรวมองค์ประกอบที่ดีหลายๆอย่างเข้าด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ ไอเดียในออกแบบผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีในการออกแบบที่ดี ความรู้ทางด้านการยศาสตร์  การผลิต ตลอดจนการมีบริการหลังการขายที่ดี

ในส่วนการผลิตถือเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดสิ่งที่ออกแบบมาอย่างดี ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีเยี่ยม เพือส่งมอบให้แก่ลูกค้า หรือผู้ใช้งานต่อไป ในรอบปีที่ผ่านมาเรามีการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน

 

  • การพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยการคัดสรรผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมงาน  การฝึกฝนทักษะทางความรู้และความสามารถในการปฏิบัติงานให้เกิดความชำนาญโดยการผสานกันระหว่างความรู้ทางด้านหลักวิชาการและประสบการณ์ที่สั่งสมมา  
  • การเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตให้สูงขึ้นโดยมีการลงทุนในการเพิ่มเครื่องจักรใหม่ๆที่ทันสมัย เช่น เครื่องจักรอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ในขบวนการผลิตที่ต้องการความเที่ยงตรง รวดเร็ว และเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพและร่างกายของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งจะสอดคล้องกับระบบอุตสาหกรรม 4.0 
  • ด้านสิ่งแวดล้อมและการตอบแทนสังคมและชุมชน  เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของเรา โดยการสร้างบรรยากาศสภาพแวดล้อมที่ดี โดยการปลูกต้นไม้  การไม่ปล่อยสิ่งมีพิษจากการผลิตสู่สิ่งแวดล้อม  การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆกับชุมชนเพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดี รวมถึงการบริจาคหรือตอบแทนชุมชนและสังคมในรูปแบบต่างๆ