Karma Medical Products - A Better Wheelchair, A Better Fit!

【เก้าอี้รถเข็น】

ขั้นตอนแรกของการให้การดูแล : ทักษะการใช้รถเข็นที่ประหยัดแรงและปลอดภัย

 สำหรับผู้ดูแลแล้ว

ความเครียดจากการให้การดูแลเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นยากที่จะรับรู้ได้ด้วยตาเปล่า ความจริงแล้วยังมีความเจ็บป่วยที่อาจเกิดกับร่างกายของผู้ดูแลซึ่งมักถูกมองข้าม นั่นก็คือความเสียหายของกล้ามเนื้อและข้อต่อของร่างกาย ทักษะของการดูแลมักเน้นที่ “เหมาะ” ไม่ใช่การใช้กำลังมากเกินไป หากผู้ดูแลออกแรงอย่างไม่เหมาะสม มุมของเอวและหลังหรือท่าทางไม่ถูกต้อง ในระยะยาวร่างกายจะเกิดการอักเสบเรื้อรัง ขั้นเบาตั้งแต่อาการปวดเอวปวดหลังถึงขั้นหนักคือการได้บาดเจ็บจากอาการเจ็บกระดูกสันหลัง ข้อต่อหรือแม้กระทั่งเส้นประสาท ดังนั้นการอาศัยความช่วยเหลือจากอุปกรณ์ช่วยที่ดี การคุ้นเคยกับทักษะการใช้งานรถเข็นที่ประหยัดแรงและปลอดภัย ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระของผู้ดูแลให้น้อยลง ยังเป็นการป้องกันร่างกายของตนเองไม่ให้ได้รับบาดเจ็บอีกด้วย
การป้องกัน “อาการบาดเจ็บสะสมของกล้ามเนื้อและกระดูก” – ทักษะที่ถูกต้องของผู้ดูแล
 

ก่อนอื่นควรเลือกรถเข็นแบบเข็นมือสำหรับให้การดูแล ซึ่งการออกแบบจะอาศัยมุมมองจากผู้ให้การดูแลเป็นส่วนใหญ่ เช่น รถเข็นให้การดูแลที่ไม่ต้องก้มลงเวลาเบรครถเข็น ตำแหน่งของมือจับที่ช่วยประหยัดแรงและเข็นได้อย่างง่ายดาย บวกกับทักษะการเข็นที่ถูกต้องดังต่อไปนี้ก็สามารถที่จะป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและกระดูกได้อีกด้วย  :

(1) วิธีการเข็น – เมื่อเข็นรถเข็นต้องรักษาช่วงเอวให้ตั้งตรง
(2) การขึ้นลงรถเข็น – เมื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในการขึ้นหรือลงรถเข็น จำเป็นต้องถอดที่พักเท้าออก ทั้งนี้นอกจากเพื่อหลีกเลี่ยงการลื่นสะดุดหกล้มแล้ว ยังช่วยลดระยะห่างของรถเข็นลงซึ่งเป็นการช่วยลดภาระที่เกิดขึ้นแก่ช่วงเอวด้วย
(3) การขึ้นลงพื้นที่เป็นขั้นหรือต่างระดับ – เวลาที่ต้องเผชิญกับพื้นที่ยกขึ้นสูงต่างระดับ จะต้องใช้ “แท่นเหยียบข้ามพื้น” เพื่อประกอบการใช้งาน ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงข้อมือได้รับบาดเจ็บจากการออกแรงยกมากเกินไป
(4) การเคลื่อนย้ายรถเข็น – หากจำเป็นต้องยกรถเข็นขึ้นทั้งคัน เช่น การนำรถเข็นใส่ไว้ที่กระโปรงหลังรถยนต์ สามารถถอดชิ้นส่วนบางส่วนของรถเข็นออกก่อนเพื่อลดน้ำหนักโดยรวมทั้งมวล ทางที่ดีที่สุดคือการหาผู้ช่วยในการยกย้าย
 

จะเคลื่อนย้ายผู้นั่งจากบนรถเข็นไปที่อื่นได้อย่างไร (เช่น บนเตียง)?

สำหรับเพื่อน ๆ ที่นั่งรถเข็น

การเคลื่อนย้ายตำแหน่งเป็นเรื่องปกติที่ต้องเผชิญของชีวิตประจำวัน และการเคลื่อนย้ายอย่างไม่ถูกวิธีมักจะช่วยเพิ่มความเสี่ยงสำหรับการลื่นหกล้ม ซึ่งนับเป็นฝันร้ายและน่ากลัวที่สุดสำหรับผู้ดูแล ต่อไปนี้เป็นการแนะนำทักษะการเคลื่อนย้ายสองแบบคือ :

 

(1)    การเคลื่อนย้ายจากรถเข็นไปยังบนเตียงนอน
ให้เข็นผู้ได้รับการดูแลไปชิดใกล้กับขอบเตียง ด้านหน้ารถเข็นทำมุม 45 องศากับขอบเตียง จากนั้นต้องแน่ใจว่าได้ทำการล็อคเบรครถเข็และเก็บที่พักเท้าอย่างมั่นคงดีแล้ว  หลังจากนั้นให้เอนตัวไปด้านหน้าแล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน มือหนึ่งจับที่ขอบเตียงไว้แล้วใช้เท้าทั้งคู่หมุนตัวค่อย ๆ พยุงตัวขึ้นนั่งบนเตียง


(2)    การเคลื่อนย้ายจากเตียงไปยังรถเข็น
ตำแหน่งรถเข็นเฉียงอยู่ด้านหน้าทำมุม 45 องศากับเตียง แต่ต้องแน่ใจว่าได้ทำการล็อคเบรครถเข็นและเก็บที่พักเท้าอย่างมั่นคงดีแล้ว จากนั้นให้เอนตัวไปด้านหน้าแล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน มือหนึ่งจับที่พักแขนไว้แล้วใช้เท้าทั้งคู่หมุนตัวค่อย ๆ พยุงตัวนั่งบนรถเข็น
b3db6d4912c790d89d129b8f71e75ad0.jpg

การใช้รถเข็นที่มีฟังก์ชั่นการเคลื่อนย้ายร่างกาย (Transfer)

 

เพื่อความปลอดภัย

ช่วยประหยัดแรงและความสะดวกในการเคลื่อนย้ายร่างกายมากยิ่งขึ้น รถเข็นหรืออุปกรณ์ช่วยที่มีการออกแบบถูกต้องและสอดคล้องกับประสบการณ์ของผู้ใช้ สามารถหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด รถเข็นที่มีประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายร่างกาย (Transfer) ที่พักแขนสามารถยกขึ้นหรือถอดออกได้ ที่วางเท้าสามารถหมุนออก หมุนเข้าหรือกระทั่งถอดออกได้ ทำให้ด้านข้างและด้านหน้าของรถเข็นมีที่ว่างเพิ่มขึ้น และยังเป็นการช่วยลดระยะห่างระหว่างที่นั่งของรถเข็นกับที่นั่งของจุดที่เราจะเคลื่อนย้ายไป (เช่น บนเตียงนอน เก้าอี้อาบน้ำ) ผู้นั่งจึงสามารถทำการเคลื่อนย้ายได้โดยใช้แรงน้อยที่สุด รวมทั้งช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายที่เกิดการหกล้มอีกด้วย

 

การเคลื่อนย้ายร่างกายขึ้นลงรถเข็นที่ถูกต้องนอกจากช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุแล้ว สำหรับผู้ดูแลนั่นหมายถึงทักษะการช่วยประหยัดแรง การเลือกรถเข็นที่มีการออกแบบมาอย่างดีและมีฟังก์ชั่นการเคลื่อนย้ายร่างกาย ยิ่งเป็นการช่วยเพิ่มความสะดวกและลดภาระในการดูแลของผู้ดูแล นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณภาพในการดูแลที่ดีมากเพิ่มยิ่งขึ้นอีกด้วย